ปรับระบบเผาผลาญให้ได้ผล ด้วย 3 วิธีลดน้ำหนักที่ไม่ทำให้โยโย่

สำหรับสาวๆ ที่ตั้งใจอยากจะลดน้ำหนักให้ได้ผล โดยที่สุดท้ายแล้ววิธีลดน้ำหนักที่ใช้ไปเรื่อยๆ กลับทำให้น้ำหนักยังคงค้างเติ่งอยู่กับที่ ไม่ลดแต่ก็ไม่เพิ่ม แบบนี้ก็คงต้องงัดวิธีลดน้ำหนักที่ทำแล้วได้ผลมาปฏิบัติเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้เรามีวิธีปรับระบบเผาผลาญให้ได้ผล โดยไม่ทำให้เกิดอาการโยโย่มาฝากกัน ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละวิธีควรทำอย่างไรบ้าง

1.ช่วงลดน้ำหนัก อย่างดแป้งเด็ดขาด

สาวๆ หลายคนเลือกที่จะหักดิบด้วยการงดแป้ง พูดง่ายๆ คือ ไม่แตะต้องอาหารทุกชนิดที่มีส่วนผสมของแป้ง เพราะกลัวว่าจะทำให้การลดน้ำหนักนั้นไม่ได้ผลตามที่ควร แต่จริงๆ แล้ววิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ การจัดสมดุลให้แก่ร่างกายต่างหาก ดังนั้น หากเราไปงดแป้งก็จะยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายพังลงได้ ควรจัดการและจัดสรรการกินอาหารให้ถูกต้องย่อมดีกว่าลดอาหารประเภทใดประเภทหนึ่ง สาวคนไหนไม่อยากให้เกิดอาการโยโย่หลังจากลดน้ำหนักอย่างจริงจังก็อย่างดแป้งนั่นเอง แต่หันมากินแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสีแทนจะดีกว่า หรือที่เรียกกันว่าคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนนั่นเอง

2.เพิ่มการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง

คาร์ดิโอคือ การออกกำลังกายลดน้ำหนักที่มีการเน้นการเบิร์นน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนั้นจะส่งผลดีต่อคนที่มีระบบเผาผลาญแบบปกติ แต่สำหรับสาวๆ ที่ต้องการปรับระบบเผาผลาญ ควรเน้นไปที่การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งแทนจะดีกว่า โดยที่ให้เล่นเวทกล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นหลัก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย ซึ่งสามารถทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.ออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายลดน้ำหนักมีหลากหลายแบบด้วยกัน และการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อก็เป็นวิธีที่จะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายกลับมาดีได้ดังเดิม ซึ่งการเพิ่มกล้ามเนื้อสามารถทำได้โดยการค่อยๆ เพิ่มแคลอรี่ในอาหาร แต่การเพิ่มแคลอรี่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การกินของทอดมัน แต่คือ การให้เลือกทานอาหารที่มีแคลอรี่ที่เหมาะสม ส่วนโปรตีนและวิตามินก็ควรจัดสรรการกินให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย วิธีนี้อาจทำให้น้ำหนักของสาวๆ เพิ่มมาเพียงเล็กน้อย แต่รับรองว่าระบบเผาผลาญจะกลับมาดีได้ แถมยังเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่ได้ผลอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าการปรับระบบเผาผลาญให้ได้ผลนั้น มีวิธีที่ทำได้ไม่ยาก โดยหลักๆ ก็จะเน้นไปที่การจัดสรรอาหารการกินให้สมดุล โดยที่ไม่ให้ร่างกายต้องทานอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งมากจนเกินไป และที่สำคัญก็คือ ควรเลือกการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้เป็นปกติควบคู่กันด้วยนั่นเอง