เทคนิคการเลี้ยงปลาหมอสีให้สวยเด่นกว่าใคร

ประเด็นหลัก

• เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีที่ทำให้คนรักปลาหลงใหล คือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดบนตัว
• ปลาหมอสีมีความเกี่ยวพันในเรื่องของความเชื่อ และโชคลาภ
• อาหารที่ใช้เลี้ยงคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปลามีความสวยงาม

ปลาหมอสีเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเลี้ยงมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในปลาที่มีความเกี่ยวพันกับเรื่องความเชื่อ โชคลาภ เข้ามาเกี่ยวข้อง เอกลักษณ์อันโดดเด่นของปลาหมอสีคือ โหนกบนหัว ลวดลาย และสีแดงสดที่อยู่บนตัว สำหรับใครที่เริ่มสนใจอยากจะเลี้ยง วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับที่จะทำให้ปลาหมอสีของคุณสวยเด่นกว่าใคร จะมีเทคนิคอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ
• สภาพพื้นที่เลี้ยง

ควรเป็นจุดที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมามากเกินไป ตู้ปลาควรมีขนาด 24-42 นิ้ว มืดสักหน่อยและติดไฟสีชมพู หลายอาจสงสัยว่าทำไมต้องทำตู้ให้มืดและติดไฟสีชมพู นั่นเพราะว่าปลาหมอสีมีสีหลักของตัวเองคือ สีแดง เป็นนักล่าชนิดหนึ่งที่พร้อมจู่โจมทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้ การทำตู้ปลาให้มืดนั้นจะทำให้ตัวปลามีสีแดงเพิ่มขึ้นได้ สีแดงนี้จะทำให้พลางตัวและจู่โจมเหยื่อได้ง่ายขึ้นในที่มืด ส่วนไฟสีชมพูจะทำให้เราเห็นสีของปลาได้ชัดเจนขึ้นในตู้มืด เมื่อเปิดไฟแล้วตักปลาขึ้นมาดู ก็จะเริ่มเห็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน
ใช้ปลาหมอสีอีกตัวเป็นตัวช่วย

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าปลาหมอสีมีนิสัยค่อนข้างดุ เลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นแทบไม่ได้เลย แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะ เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้โดยหาซื้อแผ่นใสตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป หรือแหล่งตลาดสัตว์เลี้ยง เช่น จตุจักร หรือ ตลาดนัดธนบุรี (สนามหลวง2) เมื่อได้แผ่นใสมาแล้วให้นำมากั้นกลางไว้ระหว่างปลาหมอสีของเราฝั่งหนึ่ง กับปลาหมอสีตัวผู้ที่มีสีแดงสดกว่าอีกฝั่ง เพื่อให้ปลาทั้งสองแข่งกันเร่งสีตัวเองออกมา ซึ่งอาจจะได้หัวที่ใหญ่และกลมแถมมาด้วย แต่ถ้าเป็นปลาหมอสีตัวเมีย แน่นอนว่าปลาหมอสีตัวผู้จะเร่งสีแดงเพื่อเรียกร้องให้ตัวเมียสนใจตามสัญชาตญาณ
• อาหารการกิน

อาหารคือส่วนสำคัญที่ทำให้สีของปลาหมอมีความโดดเด่นขึ้นมา ปลาจะสวยหรือไม่สวยนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่เราให้ อาหารของปลาแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ อาหารสด มีทั้งแบบแช่แข็งและแบบที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกชนิดคือ อาหารแห้ง (ชนิดเม็ด)

แน่นอนว่าอาหารมีให้เลือกมากมายหลายสูตร มีคุณสมบัติและกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เลี้ยงว่าต้องการให้ปลาเสริมสร้างพัฒนาการในด้านใด

• การทำความสะอาดตู้ปลา

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ถ้าเรานำน้ำที่มาจากท่อประปาโดยตรง อาจจะทำให้ปลาช็อกหรือน็อกน้ำ และตายได้ในที่สุด ซึ่งผู้เลี้ยงหน้าใหม่คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน เครื่องกรองน้ำจึงได้เข้ามามีความสำคัญในการทำให้น้ำไม่มีสารคลอรีนหลงเหลือ แต่ถ้าเกิดไม่มีเครื่องกรองน้ำ แนะนำให้หาถังใหญ่ๆ มารองน้ำไว้ในปริมาณที่เพียงพอจะใส่ลงในตู้ปลา พักน้ำไว้อย่างน้อย 2-4 วัน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถนำน้ำไปใช้ใส่ตู้ปลาได้แล้ว
• พยามทำความรู้จักกับปลาหมอสีของตัวเองให้มากๆ

หลายคนชอบลองของ หรือไม่รู้ถึงความดุของปลาหมอสี เลยเอานิ้วลงไปแกว่งเล่นในตู้ปลาเพื่อหยอกล้อมัน สุดท้ายก็โดนมันกัด ฝากรอยแผลไว้เป็นที่ระลึกเล็กน้อย เราจึงต้องทำความรู้จักกันโดยการเล่นกับมันอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดความคุ้นเคยจนกระทั่งมันยอมให้เอามือลงไปจับหัว ลูบท้อง ลูบตัวมันได้ (นี่มันปลาหมอสีหรือหมาน้อยแสนน่ารักกันแน่!) ยิ่งคุ้นเคยกันมากเท่าไหร่ ปลาก็จะไม่ทำให้สีของตัวเองดรอปลง

ดังนั้น ผู้เลี้ยงต้องค่อยๆ ทำความรู้จักกับปลาหมอสีทีละนิด เริ่มจากการเอานิ้วไปชี้หน้าตู้ปลา แล้วให้มันไล่ตามบ่อยๆ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วค่อยเอามือลงไปเล่นกับมันอย่างช้าๆ ใจเย็น เมื่อปลารู้สึกคุ้นเคยและมีความสุข แน่นอนว่าสีแดงบนตัวปลา และโหนกบนหัวของมันก็จะเพิ่มขึ้นตามมา สิ่งที่ไม่ควรทำคือ การเข้าหาที่เร็วเกินไป เช่น เอามือลงไปแกว่งในน้ำไปมา ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดนะคะ เพราะจะส่งผลให้ปลาเกิดความเครียด สีแดงบนตัวจะลดหายไป และหัวยุบเล็กลง

ปลาหมอสีแต่ละตัวมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางตัวจะออกสีสันช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับสุขภาพของตัวปลา การให้อาหาร สภาพพื้นที่เลี้ยง และสิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยง ซึ่งจะทำให้ปลาแต่ละตัวสวยเด่นตามสภาพ บางตัวเกิดมาแล้วหัวใหญ่ระเบิดออกมาเลยก็มี ปลาบางตัวก็เหมือนกับลูกเป็ดเป็นขี้เหร่ที่พร้อมสวยงามเมื่อยามเติบโต รวมถึงผู้เลี้ยงแต่ละคนต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อเรารับปลามาเลี้ยงหนึ่งชีวิต นั่นหมายความว่าทั้งชีวิตของเจ้าปลาหมอสีตัวนั้น จะได้รับการดูแลจากเราจนกว่ามันจะหมดอายุไขนะคะ

Credit https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/